รสชาติสีสันของอาหารเป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้สูงอายุเกิดความอยากอาหารเพิ่มขึ้นได้

WellnessThumb_760Health-of-oldie-easy-take-care-by-organic-food_460x345

ผู้สูงอายุจะมีปัญหาในเรื่องของการขับถ่าย ท้องจะผูก ควรจะกินผักให้มากทุกมื้อเพราะในผักใบเขียวและผักอื่นๆ จะให้อาหารจำพวกวิตามินและเกลือแร่ ผักยังมีกากและใยอาหารการกินใยอาหารให้มากเพียงพอ ในวันหนึ่งๆ (ประมาณวันละ 40-60 กรัม) จะช่วยลดระดับน้ำตาลในคนอ้วนและช่วยในการขับถ่ายได้ดีแต่อาจจะมีอุปสรรคเพราะฟันอาจจะไม่ดี ฉะนั้นการหุงต้มผักอาจจะต้องใช้เวลานานมากขึ้นเพราะจะทำให้ผักเปื่อย นุ่มหรืออาจจะใช้วิธีหั่นละเอียดหรือบดเป็นซุปก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้กินผักทุกวัน และป้องกันการขาดวิตามินและเกลือแร่ในร่างกายได้ เช่น ใบตำลึง ผักโขม ผักบุ้ง ฟักทอง ฟักเขียว ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ฯลฯ

 

ส่วนผลไม้ผู้สูงอายุควรกินผลไม้ทุกวันและทุกมื้อและพยายามกินให้หลากหลายชนิดไม่ซ้ำกันจะทำให้ได้รับสารอาหาร ชนิดใดชนิดหนึ่ง ผลไม้มีมากมายเช่นเดียวกับผักผลไม้ที่มีเส้นใยอ่อนนุ่มผู้สูงอายุกินสด ๆ ได้ เช่น แตงโม มะละกอ องุ่น ส้ม ชมพู่ พุทรา ฯลฯ แต่ถ้าเส้นใยหยาบ เช่น สับปะรด อาจจะปั่นเป็นน้ำสับปะรดได้ผลไม้เชื่อมต่างๆ รับประทานได้ แต่ควรให้ในปริมาณน้อย ๆ แต่ถ้าในกรณีที่มีปัญหาเรื่องโรคเบาหวาน โรคอ้วน ควรงดผลไม้รสหวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน ละมุด ลำไว น้ำอัดลม น้ำผลไม้กระป๋อง ส่วนใหญ่จะผสมน้ำตาลฉะนั้นควรหลีกเลี่ยง ดื่มน้ำผลไม้สดจะดีกว่า

 

รสชาติสีสันของอาหารเป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้สูงอายุเกิดความอยากอาหารเพิ่มขึ้นได้และวิธีดัดแปลงอาหารต่างๆ เพื่อให้ดูแตกต่างกันออกไปและมีสีที่ชวนกิน ผู้สูงอายุบางคนชอบรสเผ็ดหรือรสหวาน บางครั้งควรอนุโลมบ้างแต่ผู้สูงอายุควรกินอาหารรสไม่เค็มจัดเพราะบางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ หรืออาจจะยังไม่มีแต่ควรป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น ปัญหาสำหรับผู้สูงอายุในเรื่องอาหารนั้นจึงมีทั้งปัญหากินไม่ได้และปัญหากินได้น้อยจนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจนกระทั่งเกิดภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอาหารพวกโปรตีนหรืออาหารพวกวิตามิน และเกลือแร่บางตัวทำให้ซีด อ่อนเพลีย กระดูกเปราะ เส้นเลือดฝอยแตกง่ายและผู้สูงอายุบางคนได้รับอาหารมากเกินไปหรือบริโภคอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่ ก็อาจทำให้มีปัญหาจากโรคเบาหวาน ไขมันในหลอดเลือดสูง ทำให้เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงได้